ส่งมอบพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อผู้พิการ-ผู้สูงอายุ
 
     พม. และ วช.ตระหนักถึงความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะคนพิการและผู้สูงอายุ ที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบาง โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย วช. ในการขับเคลื่อนงานด้านคนพิการและผู้สูงอายุ ร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) และกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) เพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานนวัตกรรมพร้อมใช้สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย จึงนำไปสู่การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย 
     
     ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบาย วางแผนการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการและผู้อายุให้ได้รับการบริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการนำองค์ความรู้ต่างๆ ขับเคลื่อนผลงานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยี ไปสู่การขยายผลต่อกลุ่มเป้าหมายและผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้ง ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์จะช่วยลดการสัมผัสให้น้อยลง เว้นระยะห่าง ลดการติดเชื้อ และการกระจายแพร่เชื้อได้เป็นอย่างดี 
     
     ด้านศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ว่าการวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สามารถนำพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำ และกับดักความไม่สมดุลของการพัฒนา รวมถึงทำให้ประเทศสามารถปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก และสร้างความสามารถในการแข่งขัน 
     
     "จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาให้เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งในระดับนโยบาย การจัดสรรงบประมาณการวิจัยและนวัตกรรม และการนำเอาผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในระดับต่าง ๆ และด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยประเทศไทยคาดว่าจะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี 2574 จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ มีความท้าทายมากขึ้น ในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" 
     
     ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของประชากรให้มีคุณภาพและการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการผลิตและการบริการของประเทศจะเป็นความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป อว.โดย วช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม และให้ความสำคัญต่อความต้องการของผู้สูงอายุและคนพิการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีวิตประจำวันการส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ ด้านสังคม ที่อยู่อาศัยและการดูแลป้องกันและรักษาสุขภาพอนามัย สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย 
     
     วช.จะสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยการร่วมกันกำหนดความต้องการ ที่จะนำมาสู่โจทย์หรือกรอบประเด็นสำคัญสำหรับการวิจัย เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ร่วมกันในการสนับสนุนและเป็นผู้นำร่องในการนำไปใช้จริง และร่วมกันในการขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมาย จนเกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
     
     ทั้งนี้ ภายในพิธี MOU ยังมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การรับมอบนวัตกรรมหุ่นยนต์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ นิทรรศการนำเสนอผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เช่นเตียงพลิกตะแคงอัตโนมัติ เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า
     
แหล่งข่าว : tayakorn   วันที่ 01 กรกฎาคม 2563